$ ~/blog/what-is-a-brokerage-account
บทความทั้งหมดบัญชีโบรกเกอร์คืออะไร และจะตรวจสอบอย่างไรว่าเป็นของจริง
บัญชีโบรกเกอร์คืออะไร เงินและหุ้นของคุณถูกเก็บรักษาอย่างไรจริง ๆ ค่าธรรมเนียมที่มองข้ามได้ง่าย และวิธีตรวจสอบใบอนุญาตของโบรกเกอร์ก่อนจะโอนเงินไปสักบาท
บัญชีโบรกเกอร์ คือบัญชีที่เปิดไว้กับบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อขายหลักทรัพย์แทนคุณ เพราะคุณเดินเข้าไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ด้วยตัวเองไม่ได้ โบรกเกอร์คือประตูบานนั้น
การเปิดบัญชีเป็นเรื่องง่าย และนั่นแหละคือส่วนหนึ่งของปัญหา ส่วนที่ยาก และเป็นส่วนที่แทบไม่มีใครทำ คือการตรวจสอบว่าบริษัทที่อยู่อีกฝั่งเป็นอย่างที่มันอ้างจริงหรือไม่
ในบัญชีมีอะไรอยู่บ้าง
ในบัญชีโบรกเกอร์มีของอยู่สองอย่างที่ต่างกัน และได้รับความคุ้มครองคนละแบบ
เงินสด ที่คุณฝากเข้าไปแล้วแต่ยังไม่ได้ลงทุน ที่โบรกเกอร์ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเหมาะสม เงินก้อนนี้จะถูกเก็บไว้ใน บัญชีลูกค้าที่แยกต่างหาก ที่ธนาคาร แยกออกจากเงินของบริษัทตามกฎหมาย เพื่อว่าหากบริษัทล้มลง เงินสดของคุณจะไม่ถูกนับรวมเป็นทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ของบริษัทจะเรียกร้องได้
หลักทรัพย์ ที่คุณเป็นเจ้าของ ในตลาดส่วนใหญ่ หลักทรัพย์เหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในระบบ รับฝากทรัพย์สิน (Custody) โดยจดทะเบียนในลักษณะที่ระบุได้ว่าเป็นของลูกค้า ไม่ใช่ของโบรกเกอร์
การแยกบัญชีคือการคุ้มครองเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดที่คุณมี และเป็นสิ่งที่บริษัทไม่มีใบอนุญาตไม่มีให้พอดี เมื่อโบรกเกอร์เถื่อนล่มสลาย เงินหายไปไม่ใช่เพราะขาดทุนจากตลาด แต่เพราะมันไม่เคยถูกแยกเก็บไว้ต่างหากตั้งแต่แรก
โบรกเกอร์หาเงินจากอะไร
รู้เรื่องนี้แล้วคุณจะรู้ว่าต้นทุนของคุณอยู่ตรงไหน
| แหล่งรายได้ | หมายความว่าอย่างไรกับคุณ |
|---|---|
| ค่าคอมมิชชัน | ค่าธรรมเนียมต่อคำสั่งซื้อขาย คิดเป็นจำนวนคงที่หรือเปอร์เซ็นต์ |
| ส่วนต่างราคา | ช่องว่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่คุณถูกเสนอ |
| การแปลงสกุลเงิน | ส่วนบวกเพิ่มเมื่อคุณซื้อสินทรัพย์ที่ตั้งราคาไว้ในสกุลเงินอื่น |
| ค่าดูแลบัญชี / ค่าไม่เคลื่อนไหว | ค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปีสำหรับการมีบัญชีอยู่ |
| ค่าตอบแทนจากการส่งคำสั่ง | โบรกเกอร์ได้เงินจากการส่งคำสั่งของคุณไปยังที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ |
| ดอกเบี้ยจากเงินสดที่คุณพักไว้ | โบรกเกอร์ได้ดอกเบี้ยจากยอดเงินที่คุณยังไม่ได้ลงทุน และมักเก็บส่วนใหญ่ไว้เอง |
คำว่า "ไม่มีค่าคอมมิชชัน" แทบทุกครั้งหมายความว่ารายได้ย้ายไปอยู่ในบรรทัดอื่นของตารางนี้ มันไม่ใช่การโกหก แต่ก็ไม่ใช่ภาพทั้งหมด สิ่งที่ควรเปรียบเทียบคือ ต้นทุนรวมของการซื้อและขายครบรอบ รวมค่าแปลงสกุลเงินด้วย ไม่ใช่ตัวเลขค่าคอมมิชชันที่พาดหัวไว้
การตรวจสอบโบรกเกอร์ ส่วนที่สำคัญที่สุด
ขั้นตอนนี้ใช้เวลาสิบนาที และเป็นเนื้อหาที่มีค่าที่สุดในบทความนี้
- หาชื่อหน่วยงานกำกับดูแลที่โบรกเกอร์อ้างถึงและเลขที่ใบอนุญาต โบรกเกอร์ที่ถูกต้องจะระบุทั้งสองอย่าง โดยทั่วไปอยู่ที่ท้ายเว็บไซต์
- เข้าเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลนั้นโดยตรง พิมพ์ที่อยู่เว็บด้วยตัวเอง อย่ากดลิงก์จากเว็บของโบรกเกอร์ เพราะโบรกเกอร์ปลอมยินดีพาคุณไปยังทะเบียนปลอมอย่างเต็มใจ
- ค้นหาเลขที่ใบอนุญาตในทะเบียน แล้วตรวจว่าชื่อบริษัท ที่อยู่ และขอบเขตธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ตรงกันหรือไม่
- ดูรายชื่อเตือนภัยของหน่วยงานกำกับดูแล ส่วนใหญ่มีการเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่ทราบว่าดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต
ถ้าคุณลงทุนในหุ้นไทย ผู้ให้บริการต้องอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. และสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานโดยตรง
กลโกงที่พบบ่อยมากคือ การปลอมตัวเป็นบริษัทจริง (Clone Firm) โดยขบวนการปลอมจะลอกชื่อและเลขที่ใบอนุญาตของโบรกเกอร์ที่มีตัวตนจริง พร้อมเว็บไซต์ที่ชื่อโดเมนใกล้เคียงกันมาก การค้นทะเบียนจะเจอบริษัทของจริง ดังนั้นต้องยืนยันด้วยว่า ข้อมูลติดต่อและชื่อโดเมน ในหน้าของหน่วยงานกำกับดูแลตรงกับที่คุณได้รับมา ไม่ใช่ดูแค่ชื่อบริษัท
สัญญาณเตือนที่ควรเดินหนี
- การกดดันและกำหนดเส้นตาย เช่น "โควตารอบนี้ปิดคืนนี้" โบรกเกอร์ตัวจริงไม่นับถอยหลังใส่คุณ
- มีคนอาสาบริหารบัญชีให้ ถ้ามีใครเสนอจะเทรดแทนคุณเพื่อแลกกับส่วนแบ่งกำไร นั่นคือธุรกิจที่ต้องมีใบอนุญาต ซึ่งแทบไม่มีคนที่ทักมาหาคุณคนไหนมี
- ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล เงินลูกค้าต้องเข้าบัญชีนิติบุคคลที่แยกไว้ ไม่ใช่บัญชีชื่อบุคคลหรือแอปโอนเงินสุ่ม ๆ
- เห็นกำไรแต่ถอนไม่ได้ รูปแบบคลาสสิกคือการถอนถูกระงับไว้จนกว่าจะจ่าย "ภาษี" "ค่าธรรมเนียม" หรือ "ค่ายืนยันตัวตน" ทุกการจ่ายเพิ่มคือการสูญเงินเพิ่ม
- ผลตอบแทนที่บอกว่าคงที่หรือรับประกัน ตลาดไม่มีผลตอบแทนแบบรับประกัน และคนที่มีมันจริงก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินของคุณ
- ติดต่อได้ทางแอปแชทอย่างเดียว ไม่มีสำนักงานจดทะเบียน ไม่มีเบอร์โทรพื้นฐาน ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล
การเลือกระหว่างโบรกเกอร์ที่ถูกต้องด้วยกัน
เมื่อยืนยันแล้วว่าโบรกเกอร์เป็นของจริง ให้เปรียบเทียบตามลำดับนี้
- เขตอำนาจกฎหมายและการคุ้มครองผู้ลงทุน มีกลไกใดคุ้มครองคุณ และคุ้มครองในวงเงินเท่าไร หากบริษัทล้ม
- ต้นทุนรวม สำหรับรูปแบบการซื้อขายที่คุณจะทำจริง รวมค่าแปลงสกุลเงินซึ่งมักสูงกว่าค่าคอมมิชชันหลายเท่าสำหรับคนที่ลงทุนต่างประเทศ
- สิ่งที่คุณเข้าถึงได้ ตลาดไหนบ้าง ผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง สกุลเงินใดบ้าง
- เงื่อนไขการถอนเงิน ใช้เวลานานเท่าไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร ถอนเข้าบัญชีแบบไหนได้บ้าง
- ตัวแพลตฟอร์ม ไว้ท้ายสุด ไม่ใช่อันดับแรก หน้าตาแอปเป็นสิ่งที่ทำให้ดูดีได้ง่ายที่สุด และสำคัญน้อยที่สุดในรายการนี้
ก่อนฝากเงินครั้งแรก
ให้โอนเงินจำนวนน้อย ๆ เข้าไป ซื้อสักอย่าง ขายมันออก แล้ว ถอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารของคุณเอง ทำแบบนี้ก่อนจะลงเงินก้อนที่มีความหมาย มันอาจเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่มันทดสอบสิ่งเดียวที่สำคัญจริง ๆ ในท้ายที่สุด นั่นคือเงินถอนออกมาได้จริงหรือไม่
เนื้อหานี้เป็นสื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน และไม่ใช่การแนะนำโบรกเกอร์รายใด กลไกคุ้มครองผู้ลงทุน ข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาต และการจัดเก็บภาษี แตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ โปรดตรวจสอบกฎที่ใช้บังคับในประเทศที่คุณมีถิ่นที่อยู่ตามกฎหมาย